ไม่มีหัวข้อ.

ไม่มีหัวข้อ.

• 2008-Apr-22 - คำถามท้ายบทที่ 1- 7

คำถามท้ายบทที่  1

1.  ระบบสารสนเทศคืออะไร และมีผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างไร

ตอบ ระบบสารสนเทศ คือ  เป็นการนำองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กันของระบบมาใช้ในการรวบรวม บันทึก ประมวลผล และแจกจ่ายสารสนเทศเพื่อใช้ในการวางแผน ควบคุม จัดการและสนับสนุนการตัดสินใจ

มีผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์  คือ ช่วยในการตัดสินใจ ทำให้การทำงานมีความถูกต้อง รวดเร็ว

2.  ข้อมูลกับสารสนเทศ และสารสนเทศกับความรู้ต่างกันอย่างไร จงอธิบาย

ตอบ  ข้อมูลกับสารสนเทศคือ ข้อเท็จจริงที่ผ่านการประมวลผลและสามารถใช้ประโยชนในการวางแผน ตัดสินใจ และคาดการณ์อนาคต อาจแสดงในรูปของ ข้อความ แผนภูมิ รูปภาพ หรือตารางก็ได้สารสนเทศกับความรู้คือ การที่ผู้ใช้งานมีความรู้ความเข้าใจ ในสารสนเทศ จนสามารถวิเคราะห์องค์ประกอบต่าง ๆ และสามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้

3.  ส่วนประกอบของสารสนเทศทั่วไปมีอะไรบ้าง

ตอบ       1.  Input  

2.  Process  

3.  Output  

4.  Feedback

4.  ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์มีองค์ประกอบอะไรบ้าง

ตอบ       1.  Hardware  

2.  Software

3.  Community  
                4.  People  

5.  Data  

6.  Procedure

5.  จงยกตัวอย่างระบบใด ๆ มา 1 ระบบโดยจำแนกส่วนประกอบและเป้าหมาย

ตอบ       ระบบ  งานทะเบียนโรงเรียน

ส่วนประกอบ
          ส่วนนำเข้า ข้อมูลนักเรียน รายวิชาเรียน คะแนน ฯลฯ
          ประมวลผล                  นำคะแนนของนักเรียนเข้าระบบ
          ผลลัพธ์                        เกรดเฉลี่ยของนักเรียน 

เป้าหมาย  ความรวดเร็วในการคำนวณคะแนนและการออกผลการเรียน

 

คำถามท้ายบทที่ 2

1. ให้พิจารณาจากใบโฆษณาขายคอมพิวเตอร์ทั่วไป แล้วระบุรายละเอียดของสิ่งต่อไปนี้

1.1 ซีพียู Intel P4 3.0 GHz.

1.2 หน่วยความจำหลัก 2 GB DDR2

1.3 อุปกรณ์รับข้อมูล Keyboard / Mouse

1.4 อุปกรณ์แสดงผล LG 505G 17" Flat

1.5 อุปกรณ์การสื่อสาร Modem 56 K

1.6 อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำรอง 160 GB HDD

1.7 ซอฟต์แวร์ระบบ Microsoft Windows XP

1.8 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ Microsoft office XP, Adobe Photoshop CS, ACD See10, Winamp

2. ถ้าท่านเป็นผู้จัดการด้านคอมพิวเตอร์ และต้องให้คำแนะนำในการจัดหาคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานสำนักงาน ท่านจะแนะนำให้ใช้ คอมพิวเตอร์ประเภทใด ระบุเหตุผลประกอบ

ตอบ คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะเพราะมีความเหมาะสมทางด้านการใช้งาน และงบประมาณ

3. หากท่านต้องลงทะเบียนเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในภาคการศึกษาหน้า ท่านมีแนวคิดที่จะเลือกเรียนโปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ใด ระบุเหตุผลประกอบ และท่านคิดว่าโปรแกรมเมอร์มืออาชีพจำเป็นต้องรู้มากกว่า 1 ภาษาคอมพิวเตอร์หรือไม่ เพราะเหตุใด

ตอบ ข้าพเจ้ามีความสนใจในภาษา วิชวลเบสิก เนื่องจากเป็นภาษาที่ใช้กราฟิก ซึ่งข้าพเจ้ามีความสนใจเป็นพิเศษอยู่แล้ว ในความคิดของข้าพเจ้าโปรแกรมเมอร์มืออาชีพไม่จำเป็นต้องรู้มากกว่า 1 ภาษา เพียงแต่ให้มีความชำนาญ ส่วนการที่โปรแกรมเมอร์สามารถรู้ได้หลายภาษาก็เป็นสิ่งที่ดี

4. จงยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ระบบมา 3 ตัวอย่าง

ตอบ ระบบปฏิบัติการดอส ลีนุกซ์ และ วินโดส์

5. ให้ระบุแนวโน้มของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มาอย่างละ3 ตัวอย่าง

ตอบ แนวโน้มของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

1. คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์มีแนวโน้มที่จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่ราคาลดลง

2. การปรับลดขนาด (downsizing) การที่คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่ราคาถูกลง


 

 

3. ความพยายามในการเพิ่มความเร็วของไมโครโพเซสเซอร์ชิปและเพิ่มความเร็วในการประมวลผลการพัฒนาคอมพิวเตอร์ฮารด์แวร์ยังคงเป็นไปตามแนวโน้มคือพยายามให้ความเร็วของไมโครโพรเซสเซอร์และความเร็วในการประมวลผลสูงขึ้น เพื่อให้ความเร็วสูงขึ้นมีการ พัฒนาความเร็วด้วยวิธีการต่าง ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงที่ตัวชิปอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บีบวงจรให้เล็กลง และอัดลงในชิปให้ได้ปริมาณมากที่สุด

แนวโน้มของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์

1. ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์มีการปรับปรุงซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ตลอดเวลา

2. ใช้งานง่ายขึ้น มีระบบที่ให้ผู้ใช้เมาส์ หรืออุปกรณ์ชี้ตำแหน่งชี้ได้โดยตรงและใช้ระบบที่มีแนวโน้มของการใช้งานเชื่อมโยงต่อกันเป็น เครือข่ายและใช้งานร่วมกันได้ดีทำให้ผู้ใช้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้สะดวกขึ้น

3. เมื่อเชื่อมโยงระบบเป็นเครือข่ายมากขึ้น ซอฟต์แวร์รุ่นใหม่จำเป็นต้องทำงานเชื่อมโยงถึงกันในระบบเครือข่ายด้วย การทำงานจะทำงาน เป็นกลุ่ม และใช้งานร่วมกัน สามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานผ่านเครือข่ายได้โดยง่าย

4. มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ทั่วถึงมิใช่เฉพาะใช้ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น ยังสามารถใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้

5. มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ โมบายลิตี้ เพื่อดูข้อมูลต่างๆ จากมือถือหรือเครื่องพีดีเอ เพื่อดูข้อมูลบนมือถือเหล่านั้น เช่น การขาย การให้บริการลูกค้า การประกันชีวิต เพื่อดูข้อมูลผ่านสิ่งเหล่านั้นได้

6. พัฒนา ซอฟต์แวร์ Strategy Business Application เป็นซอฟต์แวร์ที่เสริม ERP เป็นซอฟต์แวร์เพื่อควบคุม แต่ซอฟต์แวร์ใหม่นี้จะช่วยในการช่วยในการทำธุรกิจวิ่งโดยอาศัยอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนช่วย

7. มีการพัฒนาด้านซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยเช่น โปรแกรมแอนติไวรัส ให้คลอบคลุมและใช้งานง่ายสามารถอัพเดตได้ตลอดเวลา

 

คำถามท้ายบทที่ 3

1. จากภาพที่กำหนดให้ (หน้า 91) จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้ พร้อมยกตัวอย่าง

1) ฐานข้อมูล (Database)

ตอบ ประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 ส่วนคือ 1. ข้อมูล 2. ฮาร์แวร์ 3. ซอฟต์แวร์ 4. ผู้ใช้

2) คลังข้อมูล (Data Warehouse)

ตอบ คือที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและหลากหลายชนิด เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ขององค์การ ข้อมูลจะได้กลั่นกรอง ปรับแก้ไข ทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

3) ดาต้ามาร์ท (Data Mart)

ตอบ เป็นคลังข้อมูลขนาดเล็กมีลักษณะเฉพาะ ดาต้ามาร์ทมีขนาดของขัอมูลและค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า

4) ดาต้าไมนิ่ง (Data Mining)

ตอบ เป็นเครื่องมือในการสกัดข้อมูลและประมวลผลข้อมูลในเชิงวิเคราะห์ขั้นสูงจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ โดยค้นหารูปแบบ แนวโน้ม พฤติกรรมและความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ภายในข้อมูล

5) การประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ (OLAP)

ตอบ เป็นเครื่องมือในการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลจากคลังข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว

6) จากภาพที่กำหนด A, B และ C ให้ จงระบุและอธิบายว่า A, B และ C หมายถึงสิ่งใด

ตอบ A คือ Data Warehouse เป็นคลังข้อมูลเก็บรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งโดยมีการกลั่นกรอง ทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร

B คือ Data Mart เป็นคลังข้อมูลขนาดเล็ก การพรัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจภายในหน่วยงานที่สะดวกกว่าคลังข้อมูลกลาง

C คือ Data Mining เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล โดยสามารถค้นหารูปแบบ แนวโน้ม พฤติกรรมและความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ภายในข้อมูลเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่ ๆ

2. จงอธิบายถึงประโยชน์ของคลังข้อมูลที่มีต่อพนักงานปฏิบัติการขององค์การ

ตอบ เนื่องจากคลังข้อมูลนั้นมีข้อมูลที่ได้กลั่นกรองและทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ดังนั้นพนักงานปฏิบัติการจึงเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย เป็นข้อมูลที่พร้อมใช้งานเข้าใจง่าย


 

 

3. ธุรกิจอัจฉริยะ หรือ Business Intelligence คืออะไร และมีการนำไปใช้งานอะไร

ตอบ คือการใช้ข้อมูลมาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการดำเนินงานของธุรกิจ อาทิเช่น การจัดทำประวัติลูกค้า, การประเมินถึงสภาพตลาด, การจัดกลุ่มตลาด, การลำดับเครดิต, การเพิ่มความสามารถในการทำกำไร เป็นต้น

4. จงยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ดาต้าไมนิ่งในธุรกิจอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในบทนี้มาอย่างน้อย 3 ตัวอย่าง

ตอบ 1. ร้านขายวัสดุภัณฑ์

2. ห้างสรรพสินค้า

3. ร้านอาหารที่มีหลายสาขา เช่น MK เป็นต้น

5. จากปัญหาของแฟ้มข้อมูลที่ได้กล่าวในตอนของบทนี้ ท่านคิดว่าคลังข้อมูลและดาต้าไมนิ่งช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไรบ้าง

ตอบ ดาต้าไมนิ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์ในเรื่องของความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง ลำดับของข้อมูล การหากฎเกณฑ์ในการจัดกลุ่ม การจัดกลุ่มของความคล้ายคลึง การพยากรณ์ ดังนั้น ข้อมูลที่ได้มาจึงมีลักษณะที่ไม่มีความซ้ำซ้อน มีความเป็นอิสระของข้อมูล สามารถใช้งานร่วมกันได้ มีความคล่องตัวในการใช้งาน

 

คำถามท้ายบทที่ 4

1. จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้

1.1 โปรโตคอล

ตอบ คือข้อกำหนดที่ใช้ร่วมกันระหว่างผู้ส่งและผู้รับ

1.2 การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (EDI)

ตอบ เป็นระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง องค์การ โดยใช้แบบฟอร์มของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบมาตรฐานสากล

1.3 บลูทูธ

ตอบ คือเทคโนโลยีไร้สายที่ใช้การส่งข้อมูลทางคลื่นวิทยุสำหรับการเชื่อมโยงสื่อสารไร้สายใน แถบความถี่ในช่วงระยะห่างสั้น ๆ ได้

2. จากรูปที่กำหนดให้ จงอธิบายเปรียบเทียบมาตรฐานการสื่อสารและเครือข่าย การนำไปใช้งานระหว่าง PAN, LAN, WLAN และ WWAN

ตอบ PAN เครือข่ายส่วนบุคคล เช่น บลูทูธ ซึ่งใช้งานได้ในระยะทางสั้น ๆ เช่นการใช้งานในบ้าน

LAN เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่น ระยะทางการเชื่อมต่อประมาณไม่เกิน 10 กิโลเมตร เช่น เครือข่ายภายในมหาวิทยาลัย

WLAN เครือข่ายแบบท้องถิ่นแบบไร้สาย โดยไม่มีการเดินสายสัญญาณ แต่จะต้องใช้ ไวเรสอะแดปเตอร์ ที่เครื่องคอมแต่ละเครื่องเพื่อส่งสัญญาณไปยังแอกเซสพอยต์ สามารถเคลื่อนย้ายคอมพิวเตอร์ไปไหนก็ได้ในระยะทางที่จำกัดไว้

WWAN เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่มากประกอบไปด้วยเครือข่ายแบบ LAN และ MAN พื้นที่ เครือข่ายแบบ WAN สามารถครอบคลุมได้ทั้งประเทศ หรือทั่วโลก อย่างเช่น เครือข่ายอินเตอร์เน็ต

3. จงยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในบทนี้มา 3 ตัวอย่าง

ตอบ 1) การเชื่อมต่อระบบดาวเทียมเพื่อหาตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ เช่น รถยนต์ บ้านเรือน ถนน ฯลฯ

2) การใช้ระบบอินเตอร์เน็ตเข้ามาใช้ควบคุมการทำงานของห้างสรรพสินค้า

3) การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศหรือการประชุมทางไกลผ่านดาวเทียม


 

 

4. ไว-แม็กซ์ ต่างจาก ไว-ไฟ อย่างไร จงอธิบาย

ตอบ ไว-แม็กซ์เป็นเทคโนโยยีการสื่อสารไร้สายระดับบรอดแบรนด์สามารถส่งข้อมูลผ่านสิ่งกีดขวางได้เป็น อย่างดีในรัศมีประมาณ 50 กิโลเมตร

ไว-ไฟเป็นเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตไร้สายที่นิยมใช้กันทั่วโลกโดยการใช้สัญญาณวิทยุในการรับส่งข้อมูล หรือสามารถพูดได้ว่า ไว-ไฟ เป็นส่วนหนึ่งของไว-แม็กซ์

5. จงอธิบายแนวทางการประยุกต์ใช้เครือข่ายส่วนบุคคลแบบไร้สาย (Wireless PAN or WPAN) ที่บ้านและท่านจะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อะไรบ้างในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายนี้

ตอบ 1) นำมาใช้ประตูบ้านไฟฟ้า โดยใช้รีโมทคอนโทล

2) กล้องวงจรปิด โดยใช้ระบบเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว

6. จงยกตัวอย่างแนวโน้มของเทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายมา 2 ตัวอย่าง

ตอบ 1) การสื่อสารแบบการประชุมที่สามารถเห็นภาพผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและมือถือ

2) การใช้ระบบการสื่อสารภายในบ้านหรืออาคารต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่จุดไหน สามารถพูดคุยกันได้โดยผ่านระบบต่าง ๆ เช่น บลูทูธ

 

คำถามท้ายบทที่ 5

1. Instant Messaging (IM) คืออะไร สามารถสนับสนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจได้อย่างไรบ้าง และช่วยลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ได้อย่างไร

ตอบ หากกล่าวถึงการสื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แล้ว โปรแกรมส่งข้อความด่วนทันใจหรือ Instant Messaging ดูเหมือนจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จะเป็นรองก็เฉพาะจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail หรือ E-mail) เท่านั้น ความฉับไวของข้อความที่รับส่งกันไปมาระหว่างหน้าจอของคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกจอหนึ่งที่อาจจะอยู่ไกลกันคนละฝั่งโลก อันเป็นเอกลักษณ์ของโปรแกรมประเภทนี้ได้แก่ โปรแกรม AOL Instant Messenger ,ICQ ,MSN Messenger ,QQ และ Yahoo! Messenger ล้วนแต่สนองตอบความต้องการของมนุษย์ยุคไอซีที ไม่ว่าจะเป็นการสนทนากันธรรมดา การให้บริการแก้ไขปัญหา หรือ การบริการข้อมูลที่ทางธุรกิจ

โดยปรกติแล้วเราจะสามารถสนทนากันผ่านโปรแกรม Instant Messenger (IM) ได้ จะต้องใช้งานผ่านองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ อันดับแรกจะต้องเลือกว่าจะใช้บริการนี้จากผู้ให้บริการรายใด (Service Providers) โดยจะต้องผ่านขั้นตอนการสมัครเป็นสมาชิกให้เรียบร้อยเสียก่อนด้วย องค์ประกอบที่สองก็คือจะต้องสามารถเข้าถึงผู้ให้บริการนั้น ๆ ได้โดยผ่านทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเกิดค่าใช้จ่ายขึ้นจากการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอย่างแน่นอน และองค์ประกอบสุดท้ายที่จำเป็นก็คือ จะต้องมีโปรแกรมใช้งานฝั่งผู้ใช้ติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งตัวโปรแกรมจะต้องสัมพันธ์กับผู้ให้บริการด้วย ดังนั้นจะเห็นว่าโดยทั่วไปหากปราศจากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตหรือเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ IM ก็จะไม่สามารถรับส่งข้อความกันได้

2. E-Commerce แตกต่างจาก E-Business อย่างไร

ตอบ คำว่า E-Business มีความที่กว้างกว่า โดยกมายถึง การดำเนินธุรกรรมทุกขั้นตอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิก หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ E-Commerce เป็นส่วนหนึ่งของ E-Business

3. จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างการทำธุรกิจแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B), ธุรกิจกับลูกค้า (B2C), ธุรกิจกับภาครัฐ (B2G) และลูกค้ากับลูกค้า (C2C)

ตอบ B2B องค์การธุรกิจให้บริการกันเอง เช่น http://www.foodmarketexchang.com เป็นตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกส์

B2C เป็นการทำธุรกรรมระหว่างองค์การธุรกิจกับลูกค้า เช่น http://www.pizza.co.th

B2G ระหว่างธุรกิจเอกชนกับภาครัฐ เช่น การประมูลออนไลน์ การจัดซื้อจัดจ้าง

C2C ระหว่างผู้บริโภคด้วยกัน เช่น การประมูลสินค้าฝากขาย


 

 

4. จงยกตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประสบความสำเร็จและล้มเหลวมาอย่างละ 5 ข้อ

ตอบ ปัจจัยที่ทำให้ประสบผลสำเร็จ

1. ความสะดวกในการใช้บริการ

2. ความรวดเร็วของการสื่อสาร

3. มีความหลากหลาย

4. เข้าถึงผู้ให้บริการได้ง่าย

5. ภาพพจน์ที่ดีขององค์การทำให้น่าเชื่อถือ

ปัจจัยที่ทำให้ล้มเหลว

1. ความไม่น่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ

2. ระบบการสื่อสารที่ไม่ดีพอ

3. การสื่อสารทำได้ยาก

4. ค่าใช้จ่ายสูง

5. การโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ไม่ดีพอ

5. อินเทอร์เน็ตส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์กับลูกค้าอย่างไรบ้าง

ตอบ การติดต่อสื่อสารข้อมูลที่เร็วขึ้น การสั่งซื้อสินค้าที่สะดวกขึ้น การตรวจสอบว่ามีสินค้าที่ต้องการในคลังมากน้อยเพียงใด ความมั่นใจที่ลูกค้ามีต่อผู้ผลิตสูงขึ้น

6. อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์ต่อการให้บริการลูกค้าอย่างไรบ้าง

ตอบ 1. ให้บริการได้อย่างทั่วถึง

2. ให้บริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว

3. สามารถให้บริการอย่างต่อเนื่อง

7. ในยุคของความเจริญของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การจำหน่ายซอฟต์แวร์ในรูปของซีดีรอมน่าจะลดน้อยลงและได้รับความนิยมน้อยกว่าการจำหน่ายโดยวิธีการดาวน์โหลดผ่านทางอินเทอร์เน็ต แต่ในปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น การจำหน่ายซอฟต์แวร์ในรูปของซีดีรอมยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ท่านคิดว่าเป็นเพราะเหตุผลใด

ตอบ 1. ความสะดวกในการซื้อ

2. การรับข้อมูลจากผู้ขายโดยตรง

3. แหล่งซื้อหาง่าย

4. การบริการหลังการขาย

 

คำถามท้ายบทที่ 6

1. ระบบสารสนเทศมีผลกระทบต่อกระบวนการทำงานและโครงสร้างขององค์การอย่างไร

ตอบ 1. ลดระดับขั้นของการจัดการ

2. มีความคล่องตัวในการดำเนินงาน

3. ลดขั้นตอนการดำเนินงาน

4. เปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการ

5. กำหนดขอบเขตการดำเนินงานใหม่

2. องค์การเสมือนจริงมีลักษณะอย่างไร และมีข้อดีอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับองค์การโดยทั่วไป

ตอบ เป็นรูปแบบขององค์การแบบใหม่ เชื่อมโยงกันด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อแลกเปลี่ยนทักษะ ลดต้นทุน สร้างและกระจายสินค้าและบริการ โดยไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งองค์การ

1. มีขอบเขตขององค์การชัดเจน

2. ใช้เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม

3. มีความเป็นเลิศ

4. มีความไว้วางใจ

5. มีโอกาสทางตลาด

3. ระบบสารสนเทศสามารถถูกจัดเป็นประเภทใดบ้าง อธิบายและยกตัวอย่างระบบสารสนเทศในแต่ละประเภท

ตอบ 1. จำแนกตามประเภทของธุรกิจ เช่น ระบบจัดการโรงแรม

2. จำแนกตามหน้าที่ของงาน เช่น ระบบการจัดการข้อมูลพนักงาน

3. จำแนกตามลักษณะการดำเนินงาน

3.1 ระบบสารสนเทศประมวลผลธุรกรรม

3.2 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ

3.3 ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ

3.4 ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง

3.5 ปัญญาประดิษฐ์

3.6 ระบบสารสนเทศสำนักงาน

4. ระบบสารสนเทศสำนักงาน (OIS) แตกต่างจากระบบสารสนเทศการประมวลผลธุรกรรม (TPS) อย่างไร

ตอบ OIS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหาร ส่วน TPS ทำหน้าที่รวบรวม บันทึกผล และประมวลผล


 

 

5. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างระบบ TPS, OIS, MIS, DSS และ EIS

EIS

 

ตอบ

TPS

 

Post A Comment! :: Send to a Friend!

Categories

• Home
• My Profile
• My Photo Gallery
• Contact Us
«  January 2009  »
MonTueWedThuFriSatSun
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

Friendly Links

• My Web's RSS
Entry 17 of 17
Last Page | Next Page

Copyright ไม่มีหัวข้อ. All rights reserved.