|
ข้อมูล คือ ตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล สารสนเทศ คือ ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว โดยมากจะอยู่ในรูปของ ตาราง แผนภูมิ หรือ รูปภาพ ความรู้ คือ ความรู้ความเข้าใจในสารสนเทศ สามารถวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้ในการแก้ไขหรือตัดสินใจได้ ระบบ คือ สิ่งที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
ระบบสารสนเทศประกอบด้วย Input Process Output Feedback
ระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย
1.Hardware 2.Software 3.People 4.Community 5.Data 6.Procedure
MIS (Meaning Information System) คือ การนำองค์ประกอบที่สัมพันธ์กันมาวางแผนควบคุม จัดการ และช่วยในการตัดสินใจ
สารสนเทศที่ดีประกอบด้วย 1.ความถูกต้องแม่นยำ 2.ความครบถ้วนสมบูรณ์ 3.เข้าใจง่าย 4.ทันต่อเวลา 5.เชื่อถือได้ 6.คุ้มราคา 7.ตรวจสอบได้ 8.มีความยืดหยุ่น 9.สองคล้องกับความต้องการ 10.เข้าถึงง่าย 11.ปลอดภัย
ความสำคัญของระบบสารสนเทศ
1.การท้าทายของเศรษฐกิจโลก
2.การแข่งขันทางการค้า
3.การขยายเครือข่ายการค้า
4.ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
ประโยชน์ของสารสนเทศ
1.เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
2.ช่วยสร้างทางเลือกในการแข่งขัน
3.ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ
4.เพิ่มคุณภาพชีวิต
วงจรการทำงานของคอมพิวเตอร์ มี4ขั้นตอนด้วยกัน คือ 1)Input 2)Process 3)Output 4)Storage
คอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 7ประเภท
1)Supercomputer
2)Mainframe computer
3)Minicomputer
4)Deaktop computer
5)Laptop computer
6)Hand-held personal computer หรือ Palmtop computer
7)Embedded computer
Hardware ของคอมพิวเตอร์มีส่วนประกอบหลัก6ส่วนคือ
1)อุปกรณ์รับข้อมูล (Input Devices) ได้แก่ Keyboard เมาส์ ไมโครโฟน เป็นต้น
2)หน่วยประมวลผลการ (CPU)
3)หน่วยความจำ (Memory)
4)อุปกรณ์แสดงผล (Output Devices) ได้แก่ Monitor Printer
5)อุปกรณ์สื่อสาร (Communication Devices)
6)อุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรอง (Storage Devices) ได้แก่ Harddisk CD-Rom หรือ DVD-Rom เป็นต้น
Software แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1) System Software ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยสามารถ แบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่ 1. Operating System คือ ชุดคำสั่งที่เป็นสื่อกลางระหว่างโปรแกรมประยุกต์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น DOS Linux หรือ Windows เป็นต้น
2. Utility Programs คือ ซอฟต์แวร์ระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรม และอุปกรณ์ต่าง ๆ
2) Application Software เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อสำหรับใช้ในงานเฉพาะด้าน เช่น MSWord MSExcel MSPower Point เป็นต้น
ภาษาโปรแกรม สามารถแบ่งออกได้ 5 ประเภทดังนี้ 1)ภาษาเครื่อง 2)ภาษาแอสแซมบลี 3)ภาษาระดับสูง 4)ภาษาระดับสูงมาก 5)ภาษาธรรมชาติ
โปรแกรมเชิงวัตถุ เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นโดยมีการแบ่ง Class ในการทำงาน สามารถซ่อนข้อมูล สืบทอดข้อมูล และสามารถจัดเก็บข้อมูลได้หลายรูปแบบ
การจัดหาทรัพยากรซอฟต์แวร์ ควรดูจากลักษณะการทำงานขององค์กร และความเหมาะสมในการใช้งานเป็นหลัก
การเลือกใช้ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร ควรเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่มีมาตรฐานในการดำเนินงาน เหมาะสมกับงานที่ทำ และ เข้ากันได้กับซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการและฮาร์ดแวร์ที่ใช้อยู่แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างข้อมูล แบ่งเป็นลำดับชั้นโดยเรียงจากหน่วยที่เล็กที่สุดไปยังหน่วยที่ใหญ่ที่สุด คือ Bit ---> Byte ---> Field ---> Record ---> File
ปัญหาเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูล มีอยู่หลัก ๆ ด้วยกัน5ข้อ ได้แก่ 1)ความซ้ำซ้อนของข้อมูล 2)ความผูกพันระหว่างข้อมูลและโปรแกรม
3)การไม่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
4)การขาดความคล่องตัว
5)การขาดระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี
การใช้ฐานข้อมูลในการบริหารจัดการข้อมูล จะช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูลลงได้ดังนี้ 1)ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล
2)มีความเป็นอิสระของข้อมูล
3)สนับสนุนการใช้ข้อมูลร่วมกัน
4)มีความคล่องตัวในการทำงาน
5)มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสูง
องค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล ประกอบไปด้วย 1) Data 2) Hardware 3)Software 4)Users
รูปแบบของฐานข้อมูล มีด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น
1)ฐานข้อมูลแบบลำดับชั้น
2)ฐานข้อมูลแบบเครือข่าย
3)ฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์
Data Warehouse เป็นข้อมูลที่พร้อมสำหรับการประมวลผล สามารถระบุเวลาได้ และสามารถนำมาใช้ในการตัดสินใจได้ในทันที ใช้ในองค์กรขนาดใหญ่โดยมีลักษณะเด่น4ข้อดังนี้
1)แบ่งโครงสร้างตามเนื้อหา
2)การรวมเป็นหนึ่งเดียว
3)สัมพันธ์กับเวลา
4)มีความเสถียรของข้อมูล
Data Mart เปรียบเสมือนว่าเป็น Data Warehouse ขนาดย่อย ใช้ในองค์กรขนาดกลาง หรือ ขนาดเล็ก
ธุรกิจอัจฉริยะ(BI) คือการที่องค์กรนำข้อมูลที่มีอยู่ใน คลังข้อมูลหรือดาต้ามาร์ท มาวิเคราะห์ และคาดการณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้สนับสนุนการตัดสนิใจดำเนินงาน
OLAP เป็นเครื่องมือที่มีความสามารถในการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลจากคลังข้อมูลเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
Data Mining คือการประมวลผลข้อมูลในเชิงวิเคราะห์ขั้นสูง ใช้ในการพยากรณ์หารูปแบบ แนวโน้ม และพฤติกรรมต่าง ๆ เป็นหลัก
องค์ประกอบของการสื่อสาร มีทั้งหมด5ข้อ
1)Sender
2)Receiver
3)Data
4)Medium
5)Protocol
สัญญาณข้อมูลมี 2 ชนิดคือ
1)สัญญาณ แอนะล๊อก หน่วยเป็น Hertz ความเข้มของสัญญาณไม่สม่ำเสมอและคุณภาพค่อนข้างต่ำ
2)สัญญาณดิจิทัล หน่วยเป็น Bit rate ความเข้มของสัญญาณคนที่
Modem ใช้ในการแปลงสัญญาณแอนะล๊อก ให้เป็น ดิจิทัล และ แปลงดิจิทัลให้เป็นแอนะล็อก
ทิศทางการส่งข้อมูล มีด้วยกัน3รูปแบบ
1)การส่งข้อมูลแบบทางเดียว
2)การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางสลับกัน
3)การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางพร้อมกัน
ตัวกลางการสื่อสาร แบ่งออกเป็น2ประเภทใหญ่ ได้แก่
1)สื่อนำข้อมูลแบบมีสาย ที่นิยมใช้มี 3 ชนิดได้แก่
1.สายคู่บิดเกลียว
2.สายโคแอกเชียล
3.สายใยแก้วนำแสง
2)สื่อนำข้อมูลแบบไร้สาย ใช้อากาศเป็นตัวกลางของการสื่อสาร เช่น แสงอินฟาเรด สัญญาณวิทยุ และคลื่นไมโครเวฟ เป็นต้น
หลักเกณฑ์การพิจารณาเลือกสื่อนำข้อมูล
1)ราคา
2)ความเร็ว
3)ระยะทาง
4)สัญญาณรบกวนที่อจจะเกิดขึ้น
5)ความปลอดภัยของข้อมูล
Wireless Network Protocols แบ่งออกได้3ประเภท
1)Bluetooth
2)Wi-Fi
3)Wi-Max
องค์ประกอบที่ทำให้เครือข่ายมีประสิทธิภาพ
1)จำนวนเครื่อง 2)สื่อนำข้อมูล 3)เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 4)โปรแกรมที่ใช้
Topology คือการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเพื่อประโยชน์ในการสื่อสารข้อมูล แบบออกเป็น5ลักษณะดังนี้ 1)Bus Topology 2)Ring Topology 3)Star Topology 4)Mesh Topology 5)Hybrid Topology
ประเภทของคอมพิวเตอร์ภายในระบบเครือข่าย ประกอบด้วยกัน 4 ประเภท 1)Server 2)Workstation 3)Client 4)Terminal
รูปแบบการประมวลผลข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีด้วยกัน2รูปแบบ 1)Centralized Processing 2)Client/Server
ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สามารถแบ่งตามระยะทางการเชื่อมต่อได้ 4 ประเภท
1)PAN เป็นการส่งสัญญาณในระยะสั้น ๆ เช่น Bluetootch
2)LAN ส่งสัญญาณได้ในระยะ 10 กิโลเมตร ความเร็วอยู่ที่ระหว่าง 10-100 Mbps 3)MAN มีระยะการส่งสัญญาณอยู่ที่ 50 กิโลเมตร ใช้เชื่อมต่อระหว่าง ตำบล หรือ อำเภอ ต่าง ๆ 4)WAN เครือข่ายขนาดใหญ่ที่สุด สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั่วโลก
Internet Address คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตจะเชื่อมต่อกันผ่านPotocol TCP/IP ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้ IP Version 4
การเชื่อมต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ต สามารถเชื่อมต่อได้ 2 วิธี 1)การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรง ผู้ใช้จะต้องมีคอมพิวเตอร์เครอข่ายที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายหลัก โดยมีRouter ทำหน้าที่เป็น Gateway 2)การเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์และโมเด็ม จำเป็นต้องใช้สายโทรศัพท์บ้านและ MODEM ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ผลกระทบของระบบสารสนเทศต่อองค์การ
1)ลดระดับขั้นของการจัดการ
2)มีความคล่องตัวในการดำเนินงาน
3)ลดขั้นตอนการดำเนินงาน
4)เปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการ
5)กำหนดขอบเขตการดำเนินงานใหม่
ลักษณะขององค์การเสมือนจริงมีดังนี้
1)มีขอบเขตขององค์การไม่ชัดเจน
2)ใช้เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม
3)มีความเป็นเลิศ
4)มีความไว้วางใจ
5)มีโอกาสทางตลาด
ระรับของผู้ใช้ระบบสารสนเทศแบ่งออกเป็น 4 ระดับ
1)ผู้ปฏิบัติงาน
2)ผู้บริหารระดับต่ำ
3)ผู้บริหารระดับกลาง
4)ผู้บริหารระดับสูง
ประเภทของระบบสารสนเทศแบ่งออกได้ 3 ประเภท
1)ระบบสารสนเทศจำแนกตามประเภทธุรกิจ
2)ระบบสารสนเทศจำแนกตามหน้าที่ของงาน
3)ระบบสารสนเทศจำแนกตามลักษณะการดำเนินงาน
ระบบสารสนเทศจำแนกตามลักษณะการดำเนินงาน สามารถแบ่งออกได้ 6ประเภทดังนี้ 1.ระบบสารสนเทศประมวลผลธุรกรรม (TPS)
2.ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS)
3.ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (DSS)
4.ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง (ESS) 5.ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบผู้เชี่ยวชาญ (ES)
6.ระบบสารสนเทศสำนักงาน (OIS)
ระดับของการจัดการ สามารถแบ่งได้ 3 ระดับ 1. การจัดการระดับสูง(Upper-level management) 2. การจัดการระดับกลาง(Middle-level Management) 3.. การจัดการระดับต้น(Lover-level Management)
การตัดสินใจ (Decision Making) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน 1. การใช้ความคิดประกอบเหตุผล 2. การออกแบบ 3. การคัดเลือก 4. การนำไปใช้
การตัดสินใจสามารถถูกจำแนกให้สอดคล้องกับระดับของการจัดการได้ 3 ระดับ 1. การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ 2. การตัดสินใจเชิงยุทธวิธี 3. การตัดสินใจเชิงปฏิบัติ
ประเภทของการตัดสินใจ จัดเป็น 3 รูปแบบ 1. การตัดสินใจแบบมีโครงสร้าง (Structured Decision) 2. การตัดสินใจแบบไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Decision) 3. การตัดสินใจแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Decision)
ส่วนประกอบของระบบ DSS ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน 1. ส่วนจัดการข้อมูล (Data Management Subsystem) 2. ส่วนจัดการโมเดล(Model Management Subsystem) 3. ส่วนจัดการโต้ตอบ(Dialogue Management Subsystem)
ประเภทของระบบDSS จำแนกออกเป็น2ประเภท 1. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้รูปแบบเป็นหลัก (Model-driven DSS) 2. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้ข้อมูลเป็นหลัก (Data-driven DSS)
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจสามารถจำแนกประเภทตามจำนวนของผู้ใช้ออกเป็น 2 ประเภท 1. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจส่วนบุคคล 2. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกลุ่ม(Group Decision Support System : GDSS)
ส่วนประกอบของ GDSS 1. อุปกรณ์ (Hardware) 2. ชุดคำสั่ง (Software) 3. ฐานแบบจำลองของระบบ GDSS (Model Base) 4. บุคลากร (People)
ประโยชน์ของ GDSS 1.ช่วยเตรียมความพร้อมในการประชุม 2.อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารระหว่างสมาชิกในกลุ่ม 3. ส่งเสริมและสร้างบรรยากาศในการร่วมมือกันระหว่างสมาชิก 4. จัดเตรียมข้อมูลและสารสนเทศที่เหมาะสมในการประชุม 5. ช่วยจัดลำดับความสำคัญของปัญหา 6. อำนวยความสะดวกในการจัดทำเอกสารประกอบการประชุม 7. ช่วยประหยัดเวลาในการประชุมและสามารถลดจำนวนครั้งของการประชุมได้
|